13 หมูป่า โมเดล จุดประกายส่องทางประเทศไทย 4.0

               

“13 หมูป่า โมเดล จุดประกายส่องทางประเทศไทย 4.0”

                 จากกรณี 13 หมูป่า ติดถ้ำ หากจะถอดบทเรียนคร่าวๆ จากการที่ผู้เขียนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า นี่คือ จุดพัฒนาประเทศไทย 4.0 แบบเป็นรูปธรรม เพื่อที่จะนำไปสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” จุดเริ่มต้นจาก “สถานการณ์วิกฤติ 13 ชีวิตทีมหมูป่า ติดถ้ำออกมาไม่ได้” กรณีนี้ คนทั่วโลกมีความคิดเห็นตรงกัน คือ “การช่วยชีวิตคน สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด” เราจะเห็นภาพของ “ภาวะผู้นำ” คือ “อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ท่านณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร” เป็นแม่ทัพในการวางแผน บริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหานี้ บนพื้นฐาน “การพึ่งตนเอง (Self-reliance)” ซึ่งนายแพทย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ และคณะ (2547 ) สรุปว่า “การพึ่งตนเอง มีความหมายเชิงสัมพันธ์ คือ การพึ่งตนเองในขณะที่พึ่งพาผู้อื่น เป็นการพึ่งพาที่นำไปสู่การไม่พึ่งพา” สอดคล้องกับหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ว่า “อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ โก หิ นาโถ ปโร สิยา อตฺตนา หิ สุทนฺเตน นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ” แปลความว่า “ตนแล เป็นที่พึ่งของตน คนอื่น ใครเล่าจะเป็นที่พึ่งที่แท้จริง มีตนที่ฝึกดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งที่หาได้ยาก ” การระดมทรัพยากรโดย “การร่วมมือของทุกภาคส่วนจากทุกหน่วยงาน” ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงตามศักยภาพที่ตนเองมีอยู่ เพื่อจะกอบกู้วิกฤติครั้งนี้ให้ประสบความสำเร็จให้จงได้ ในขณะเดียวกัน “13 ชีวิตในถ้ำ พยายามพึ่งตนเองเพื่อการมีชีวิตอยู่รอด” โดยจัดการ “อาหาร” (ขนมที่มีอยู่และการดื่มน้ำที่หยดลงมาจากถ้ำ) “พลังงานแสงสว่าง” (ใช้ไฟฉายทีละกระบอก) “ร่างกาย” (การเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด) และ “จิตใจ” (การนั่งสมาธิ) ถึงแม้จะมีความพยายาม “พึ่งตนเอง” ทั้งกลุ่มผู้ประสบภัยและทีมกู้ภัยจนเต็มกำลังความสามารถที่มีอยู่ แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะ “ธรรมชาติ” ได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัยทีม “ผู้เชี่ยวชาญ” ในด้านต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศผนึกกำลังกัน อาจเรียกได้ว่าเป็นที่ “รวมพล คนสุดยอดของโลก” มาช่วยกันด้วย “จิตอาสา” ปราศจากซึ่งการแบ่งชนชั้น เพศ เชื้อชาติ สีผิว ศาสนา และวัฒนธรรม โดยใช้กระบวนการทาง“วิทยาศาสตร์ ความเชื่อ และภูมิปัญญาชาวบ้าน” ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ทั้งนี้ เพื่อการ “อยู่รอดของมนุษย์และให้มนุษย์อยู่ร่วมกันได้กับธรรมชาติ” แม้ว่า ระหว่างการดำเนินการกู้ภัยจะเกิดความสูญเสีย “จ่าแซม” วีรบุรุษถ้ำหลวงไป แต่มิอาจทำให้ทีมกู้ภัยเกิดความท้อแท้ กลับทำให้ทุกคนเกิดความฮึกเหิมที่จะทำให้ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงให้จงได้ เพื่อมิให้การสูญเสีย“จ่าแซม” ต้องสูญเปล่าไป ด้วย “กำลังใจ”จากประชาชนทุกสารทิศทั่วโลกที่ส่งมาให้อย่างล้นหลาม ท้ายที่สุด ภารกิจช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย แต่..ทีมงานยังคงต้องทำภารกิจที่สำคัญต่อ คือ “การฟื้นฟูและเยียวยาสภาพคน สังคม และสิ่งแวดล้อม” ที่ได้รับผลกระทบซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องการ “การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนจากทุกหน่วยงาน” ที่ประชาชนคนไทยต้องช่วยกันต่อไป
                  จาก 13 หมูป่าโมเดล มาสู่การพัฒนาประเทศไทย 4.0 แบบเป็นรูปธรรม โจทย์ของประเทศที่ต้องไปหาคำตอบจากการถอดบทเรียนเชิงลึกจาก 13 หมูป่าโมเดล ต่อไป คือ (1) “ผู้นำ” ที่มีอยู่มากมายในทุกภาคส่วนทุกหน่วยงาน เราจะทำให้ผู้นำเหล่านี้มี “ภาวะผู้นำ” เฉกเช่น ท่านณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ได้อย่างไร?” (2) ทำอย่างไร? ที่จะผลักดันให้ทุกหน่วยงานที่มีภารกิจซ้ำซ้อนกัน และ/หรือเกี่ยวข้อง สัมพันธ์กัน มา “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ” โดยไม่แบ่งแยกต่างคนต่างทำงานกันไป (3) เราจะจุดประกายให้เกิด “จิตอาสาอย่างแท้จริง” โดยมี “จ่าแซม” เป็นต้นแบบได้อย่างไร? (4) การพัฒนา “วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ความเชื่อ และภูมิปัญญาชาวบ้าน ให้มีการผสมผสานไปด้วยกันได้อย่างไร? และ (5) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะอยู่ร่วมกันกับมนุษย์อย่างลงตัวได้อย่างไร?
                  ท้ายนี้ ผู้เขียนเชื่อว่า กว่าจะได้มาซึ่ง “แผนปฏิบัติการ 13 หมูป่าโมเดล” ต้องมาจาก “การถกเถียงกันอย่างมากมาย” แต่สุดท้าย เราได้ “แผนปฏิบัติการที่สมบูรณ์แบบ” เป็นสิ่งที่คนทั่วโลกยอมรับการปฏิบัติการครั้งนี้ จากจุดนี้ ฝากคำถามถึงคนไทยทั้งประเทศว่า “การแตกแยก จากการมีความคิดเห็นต่างกัน เราต้องมาต่อสู้กันเพื่อให้ความคิดของตนเอง “ชนะ” เพียงเท่านี้หรืออย่างไร? การถกเถียงกันบนพื้นฐานหลักการและเหตุผลเชิงประจักษ์ ปราศจาก “การอคติ และผลประโยชน์ทับซ้อน” ทำให้เกิดการตกผลึกทางปัญญา เป็น“องค์ความรู้” ใหม่มาพัฒนาประเทศไทย เฉกเช่น “13 หมูป่าโมเดล”....วันนี้เรามาเริ่มต้นกันใหม่ มาจับมือกันช่วยส่งเสริม และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ด้วยพลังความรักและสามัคคีของคนในชาติกันเถอะ

------------------------------------------------------------------

1 โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ และคณะ. (2547). พลวัตสุขภาพกับการพึ่งตนเอง : ภาคชนบท. กรุงเทพฯ : สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ.
2 พระศรชัย จกฺกวโร (แนบกลาง). (2556). การศึกษาวิเคราะห์นาถกรณธรรมอันเป็นที่พึ่งของชีวิตในสังคมปัจจุบัน. บทความวิชาการพุทธ
            ศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย [เอกสารออนไลน์ ไฟล์ pdf.]. สืบค้นเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2561
            จาก http://nkr.mcu.ac.th/2556/index.php/en/component/attachments/download/126.html

อาจารย์ ดร.สรัญญา วันจรารัตต์
ภาควิชาสาธารณสุขสาสตร์ คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
11/07/2561

ข่าวสารและกิจกรรมอื่น